ทำไมแค่ขีด ๆ เขียน ๆ ถึงทำให้สบายใจขึ้นได้

The Book of Excellence  > Art >  ทำไมแค่ขีด ๆ เขียน ๆ ถึงทำให้สบายใจขึ้นได้

ทำไมแค่ขีด ๆ เขียน ๆ ถึงทำให้สบายใจขึ้นได้

0 Comments
The reasons why scribbling and writing make us feel more at ease.

เคยสงสัยไหมว่าทำไมเวลาเราเครียดหรือมีความวิตกกังวลแล้วได้หยิบปากกาหรือดินสอมาขีด  ๆ เขียน ๆ ถึงสามารถทำให้เราผ่อนคลายความเครียดหรืออารมณ์ดีขึ้นได้ แน่นอนว่ามีเหตุผลรองรับ แต่จะเป็นอะไรเราจะพาไปทำความเข้าใจ

เหตุผลที่การขีด ๆ เขียน ๆ ทำให้เราสบายใจขึ้น

อยู่ด้วยกันหลายเหตุผล แต่หลัก ๆ มีดังต่อไปนี้

1. การได้แสดงออกทางความคิดหรือความรู้สึก ณ ขณะนั้น 

แน่นอนว่าบางครั้งเราไม่สามารถแสดงความคิดหรือความรู้สึกออกไปแบบตรง ๆ ได้อาจเป็นเพราะหน้าที่ความรับผิดชอบหรือเหตุผลอื่น ๆ จึงทำให้ความรู้สึกดังกล่าวถูกปิดกั้นและสะสมกลายเป็นปัญหาระยะยาว ยิ่งมีเหตุผลให้ไม่สามารถแสดงความคิดหรือความรู้สึกมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้เกิดความเครียดและความกังวล ดังนั้นการเลือกแสดงออกโดยเปลี่ยนจากการแสดงออกแบบตรง ๆ ด้วยการขีดหรือการเขียนจึงช่วยได้

2. เพิ่มสมาธิและมีสติมากขึ้น

ระหว่างที่เราเจอกับปัญหาหรือเผชิญความกังวล เรามักลนและไม่สามารถตัดสินใจทำอะไรได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้นการขีด ๆ เขียน ๆ จึงทำให้มีสติและมีสมาธิมากขึ้นกับสิ่งที่เราทำ จากนั้นผลจากการกระทำดังกล่าวจะส่งต่อเนื่องให้เราได้ใช้เวลาอยู่กับตนเองและตระหนักรู้ว่าจริง ๆ แล้วปัญหาของเรา คือ อะไร

3. ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจ

บางครั้งเวลาเราเจอความเครียดหรือสถานการณ์ที่ยากต่อการแก้ไข การเลือกเผชิญหน้าไม่อาจทำให้เราเจอคำตอบในทางแก้ไขได้เสมอไป การเบี่ยงเบนความสนใจหรือออกห่างจากปัญหาสักระยะอาจทำให้เรามองหนทางแก้ไขได้ง่ายขึ้น

แนวทางการสร้างสรรค์งานศิลปะ (วาดภาพ) เพื่อบำบัดอารมณ์

หากสนใจอยากใช้การขีด ๆ เขียน ๆ หรือสร้างสรรค์งานศิลปะในรูปแบบวาดภาพ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงมีคำแนะนำ ดังนี้ 

1. เลือกสีที่ตัวเองชอบก่อนเป็นอันดับแรก

โดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลอะไรรองรับเลย ขอแค่รู้สึกชอบก็พอ

2. เตรียมอุปกรณ์สำหรับวาดภาพ

เช่น ดินสอ HB, 2B และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น พู่กัน จานสี โดยเน้นให้มีความสอดคล้องกับงานศิลปะที่ต้องการสร้าง 

3. ลงมือวาดภาพ

สำหรับขั้นตอนการวาดบอกเลยว่าง่ายกว่าที่คิด เพราะคุณไม่จำเป็นต้องคิดอะไรเลยขอแค่นึกอะไรได้ก็แค่วาดลงไป ไม่ต้องกลัวว่าจะออกมาสวยหรือไม่สวย 

4. ใช้เวลาอยู่กับภาพวาดของตัวเองสักระยะ

หลังจากวาดเสร็จแล้วอาจใช้เวลาซัก 10 หรือ 20 นาทีนั่งมองภาพนิ่ง ๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมเราถึงเลือกว่าภาพดังกล่าว บางทีอาจเป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงความรู้สึกหรือวิถีชีวิตของคุณ ณ ตอนนั้นก็เป็นได้

5. หากรู้สึกว่ายังมีอารมณ์เศร้าโกรธหรือตกกังวลอยู่

แนะนำให้ว่าต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าความรู้สึกเหล่านั้นจะบรรเทาลง

6. เก็บรักษาผลงานดังกล่าวไว้ให้ดี

ไว้ใช้ย้ำเตือนกับตัวเองว่าเราเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ ใช้วิธีการรับมือแบบนี้ และผลลัพธ์ออกมาเป็นแบบไหน

แนวทางสร้างสรรค์งานเขียน

หากคิดว่าตัวเองไม่ชอบวาดภาพแต่ชอบการเขียน บอกเลยว่าสามารถใช้บำบัดอารมณ์ได้เช่นกัน แต่จะทำยังไงไปดู (อ้างอิงจากมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์)

  • ให้ลองเขียนประโยคตอกย้ำความต้องการตัวเอง โดยแบ่งออกเป็นขั้วตรงข้าม เช่น ฉันอยาก ฉันไม่อยาก ก่อนจะเติมให้เต็มประโยคตามความเหมาะสม
  • ทดลองเขียนโดยใช้ประโยคเดิมไปเรื่อย ๆ คิดอะไรออกก็สามารถเขียนลงไปได้เลยโดยไม่ต้องยึดติด ทำจนกว่าจะอารมณ์ดีขึ้น
  • อ่านทวนซ้ำ ข้อความหรือประโยคที่คุณเขียนจะช่วยทำให้ได้คำตอบเกี่ยวกับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในใจของคุณได้อย่างมีนัยสำคัญ

สรุปได้ว่าการเขียนมีประโยชน์มากกว่าที่คิด ตั้งแต่การดึงตัวเองให้กลับมามีสติอีกครั้ง ใช้เป็นโอกาสในการแสดงอารมณ์หรือความรู้สึกของตัวเอง ไปจนถึงการเบี่ยงเบนความสนใจ โดยสามารถทำได้หลากหลายตั้งแต่การวาดภาพไปจนถึงการเขียนหนังสือ แต่มีข้อควรจำ 1 อย่าง คือ เวลาสร้างสรรค์ผลงานอย่าคิดอะไรมาก ให้อิสระตัวเองอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกลัวว่าใครจะตัดสินด้วย