ศิลปะเกาหลีในยุคโบราณ ได้ยืมความงามมาจากสุนทรียศาสตร์ของศิลปะจีนและศิลปะญี่ปุ่นอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน โดยใช้แนวคิด, ลวดลาย, เทคนิค และรูปแบบที่คล้ายคลึงกันมาสร้างสรรค์ แต่ถึงแม้จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลักษณะเฉพาะของศิลปะจีนโบราณ แต่ศิลปินเกาหลีก็มีการพัฒนารูปแบบที่โดดเด่นเป็นของตัวเองตลอดช่วงหลายศตวรรษที่ผ่านมา ลักษณะเฉพาะตัวของศิลปะเกาหลี คือ ความเรียบง่ายและความเป็นธรรมชาติ ควบคู่ไปกับความรู้สึกกลมกลืนกับธรรมชาติ แฝงนำเสนอลัทธิชาตินิยม ในผลงานศิลปะ ลักษณะสำคัญอีกอย่างหนึ่งของศิลปะเกาหลีคือการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลัทธิชาตินิยม ซึ่งเป็นลักษณะที่สังเกตเห็นได้ชัดอยู่แล้วในสมัย 3 ก๊ก (c.57 BCE – 668 CE) แต่ก็ได้รับการพัฒนาขึ้นในสมัยซิลลา (668–935) มีการยอมรับธรรมชาติตามที่เป็นอยู่ของมนุษย์ นำไปสู่ความซาบซึ้งในผลงานที่ทำมาจากธรรมชาติเห็นที่เด่นชัดมาจากการแกะสลักไม้ ยกตัวอย่างเช่น…ประติมากรชาวเกาหลีที่ชื่นชอบความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ของลายไม้ธรรมชาติ หรือในงานศิลปะเซรามิกช่างปั้นหม้อชาวเกาหลีที่ไม่สนใจที่จะบรรลุถึงความสมบูรณ์แบบทางเทคนิค เช่น…การสร้างสรรค์พื้นผิวให้สวยงาม, เส้นโค้งต้องโค้งตามใจต้องการ หรือการสร้างรูปร่างที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นการดึงเอาลักษณะตามธรรมชาติของวัสดุและสื่อออกมามากกว่า สิ่งที่น่าสนใจศิลปินเกาหลีมักจะหลีกเลี่ยงเส้นหนา หรือ การสร้างผลงานแบบดุดัน ความเรียบง่ายในการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินเกาหลี ยังนำไปใช้กับการตกแต่งลวดลายที่เรียบง่ายและต้องมีการแทรกแซงจากมือมนุษย์ให้น้อยที่สุดอีกด้วย นอกจากนี้การหลีกเลี่ยงความสุดโต่งยังเป็นลักษณะปกติของงานศิลปะเกือบทุกประเภทในเกาหลี ตัวอย่างเช่น…เส้นที่มีความตรงสุดขั้วหรือส่วนโค้งสุดขั้วนั้นแทบจะไม่ได้รับความนิยมในการสร้างผลงานของชาวเกาหลี อันที่จริงศิลปินเกาหลีมักจะหลีกเลี่ยงการสร้างผลงานเส้นหนา, มุมที่แหลมคม และระนาบที่มีมุมสูงชัน ตลอดจนจะไม่ใช้สีที่รุนแรง ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมในสถาปัตยกรรมเกาหลี หลังคาโค้งสูงชันแบบจีนจึงกลายมาเป็นรูปแบบที่ลาดเอียงเบา ๆ ผลงานศิลปะเกาหลีมักจะอ่อนโยนและกลมกล่อม เส้นมีความคล่องแคล่วและละเอียดอ่อน จากการคาดเดาจากการสร้างผลงานเหล่านี้จึงอาจจะกลายมาเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผลงานแบบมินิมอลในปัจจุบันก็เป็นได้ โดยคำว่ามินิมอลนี้แทรกซึมอยู่ในทุกรูปแบบของการใช้ชีวิตของชาวเกาหลี ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งห้องหรือการตกแต่งบ้านที่เรียบง่ายแต่ดูน่ารักสบายตาหรือแม้แต่การแต่งตัว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของศิลปะที่พบเห็นได้ทั่วไปและเป็นรูปแบบที่หลาย ๆ คนชื่นชอบโดยเฉพาะชาวไทย
Category: Art
รู้จักองค์ประกอบศิลป์สู่การสร้างสรรค์ผลงาน
พูดว่าศิลปะในมุมมองของคนที่อาจไม่ได้มีความรู้เชิงลึก อาจตอบได้เพียงแค่ว่าเป็นภาพวาดที่มีสี มีเส้น มีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่สังเกตได้ง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้วงานศิลปะแต่ละชิ้นล้วนมีองค์ประกอบศิลป์หรือการรวมทัศนธาตุ เช่น เส้น รูปร่าง รูปทรง ขนาด สัดส่วน แสง สี เงา ช่องว่าง พื้นผิวมาใช้ในการสร้างสรรค์ แต่จะมีขึ้นเพื่ออะไรเราจะพาไปทำความเข้าใจ ทำความรู้จักองค์ประกอบศิลป์สู่การสร้างสรรค์ผลงาน การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะโดยใช้องค์ประกอบศิลป์จำเป็นต้องยึดหลัก ดังต่อไปนี้ 1. Unity เอกภาพ ความสอดคล้องหรือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยการจัดองค์ประกอบที่เป็นไปในทางเดียวกัน โดยเชื่อมโยงด้วยปัจจัย ดังต่อไปนี้ 2. Balance ความสมดุล เวลามองผลงานด้วยสายตาต้องรู้สึกว่าตำแหน่งของภาพเท่ากัน โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้ 3. Dominance จังหวะ จุดเด่น จุดสำคัญที่สุดของผลงานเห็นแล้วดึงดูดสายตา โดยมี 2 รูปแบบ ดังนี้ 4. Harmony ความกลมกลืน เน้นการจัดองค์ประกอบภาพให้กลมกลืนในเรื่องของสีไปในทิศทางเดียวกัน เช่น โทนเย็น โทนร้อน 5. Contrast ความขัดแย้ง […]
รู้จักองค์ประกอบในงานศิลปะที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึก
รู้หรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วองค์ประกอบในงานศิลปะนั้นมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเราเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเส้น น้ำหนัก จุด รูปร่าง รูปทรง หรือสี แต่จะมีรายละเอียดเป็นยังไง? เดี๋ยวเราจะพาไปทำความเข้าใจ องค์ประกอบต่าง ๆ ภายในงานศิลปะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกอย่างไร บอกเลยว่ามีอิทธิพลต่อความรู้สึกเยอะมาก ๆ แต่จะเป็นไปในทางไหน ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบนั้น ๆ อีกที ได้แก่ 1. น้ำหนัก ถูกใส่เข้ามาเพื่อทำให้ภาพดูมีมิติมากยิ่งขึ้น หรืออาจใช้สื่อไทม์ไลน์ในภาพนั้นได้ด้วยว่าเกิดขึ้นในตอนกลางคืน กลางวัน หรือช่วงเวลาไหน 2. รูปร่าง รูปทรง ถูกใส่เข้ามาเพื่อให้ผลงานมีความเด่นชัดหรือสื่อสารสิ่งที่ต้องการสื่อสารออกมาได้อย่างชัดเจนและตรงประเด็น 3. จุด ส่วนใหญ่มีการนำมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานแบบเรียงต่อกันเพื่อให้เกิดเป็นเส้น รูปทรง กลุ่มจุด หรือจุดจุดเดียว ช่วยให้งานดูมีมิติมีเอกลักษณ์และไม่ทื่อจนเกินไป 4. สี เป็นองค์ประกอบที่ช่วยทำให้ภาพมีอารมณ์และความรู้สึกชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เรารับรู้ได้ด้วยว่ามี Mood and Tone ประมาณไหน เช่น สีแดงบ่งบอกว่างานนั้น ๆ เต็มไปด้วยความอันตรายหรือมีสิ่งที่ต้องระมัดระวัง หรือต้องการแสดงถึงพลังอำนาจ สีเขียวเต็มไปด้วยความสงบ สีเหลืองเต็มไปด้วยพลังแห่งความยิ่งใหญ่ สีส้มเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้น […]
ยาโยอิ คุซามะ The princess of polka dots
Yayoi Kusama เป็นศิลปินชาวญี่ปุ่นที่บางครั้งถูกเรียกว่า “The princess of polka dots” แม้ว่าเธอจะสร้างสรรค์ผลงานศิลปะประเภทต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ประติมากรรม การแสดง และงานจัดวาง แต่สิ่งที่ทำให้เธอมีความโดดเด่นที่สุดคือ DOTS! ทำความรู้จักกับ The princess of polka dots Yayoi Kusama เคยเล่าว่าเมื่อครั้งที่เธอยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เธอเคยมีอาการประสาทหลอนจนแทบคลั่ง โดยในขณะนั้นเธออยู่ในทุ่งดอกไม้ เธอเห็นดอกไม้เป็นเหมือนจุดต่าง ๆ ที่ทอดยาวไปไกลเท่าที่เธอสามารถมองเห็นได้ และเธอรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังหายตัวไปในทุ่งแห่งจุดที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้ ประสบการณ์แปลก ๆ นี้มีอิทธิพลต่องานส่วนใหญ่ของเธอในเวลาต่อมา ด้วยการเพิ่มเครื่องหมายและจุดต่าง ๆ ลงในภาพวาด สิ่งของและเสื้อผ้าของเธอ เธอรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังทำให้ตัวเธอหลอมละลายและกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลที่ใหญ่กว่า เธอกล่าวว่า “โลกของเราเป็นลายจุดเพียงจุดเดียวท่ามกลางดวงดาวนับล้านดวงในจักรวาล ลายจุดเป็นหนทางสู่ความไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อเราลบล้างธรรมชาติและร่างกายด้วยลายจุด เราจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความเป็นหนึ่งเดียวของสิ่งแวดล้อม” “ห้องไร้ขอบ” ของ ยาโยอิ คุซามะ และเธอยังสร้างสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยจุดเพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสกับความรู้สึกแห่งการลบล้างตัวเองนี้ด้วย เธอเรียกห้องเหล่านี้ว่า “ห้องไร้ขอบ” และสร้างห้องเหล่านี้ด้วยการติดตั้งไฟ LED […]
ประโยชน์ของงานศิลปะของงานศิลปะ
เวลาดูงานศิลปะหลายคนคงสัมผัสได้ถึงความสวยงามและความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ แต่นั่นอาจไม่ใช่ทั้งหมด ยังมีประโยชน์ในแง่มุมอื่น ๆ คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน แต่จะเป็นยังไง น่าสนใจแค่ไหน เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจ ประโยชน์ของงานศิลปะ สำหรับประโยชน์ของงานศิลปะโดยพื้นฐานหลายคนสามารถสัมผัสได้โดยไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ มีดังนี้ 1. สร้างสรรค์จินตนาการ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการใช้ชีวิตประจำวันได้ตามต้องการโดยไม่มีขีดจำกัด 2. เพิ่มสีสันในชีวิต ชีวิตคนเราเต็มไปด้วยความยากลำบากและความเครียดมากมายทั้งจากการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน การต้องพบเจอกับปัญหาที่ยากจะแก้ไข หรือต่อให้แก้ไขได้ยังไงก็ต้องมีความเครียดอยู่ดี ดังนั้นการมองดูศิลปะที่เต็มไปด้วยความหมายและแรงบันดาลใจช่วยให้กลายเป็นช่องทางเพิ่มสีสันและเติมเต็มแรงบันดาลใจก็เป็นได้ 3. ช่วยปรับอารมณ์และความรู้สึกให้คงที่ แม้ช่วยได้ไม่เยอะแต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ทำให้มีเวลาเหลือในการทำความเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของตัวเอง มีประโยชน์ด้านการพัฒนาสมอง นอกเหนือจากประโยชน์ของงานศิลปะในแง่ของความรู้สึกและความคิดแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองของเด็กอีกด้วย ประโยชน์ของงานศิลปะกับการทำงาน นอกเหนือจากประโยชน์ในการพัฒนาสมองสำหรับเด็กเล็กแล้ว งานศิลปะยังมีประโยชน์ต่อการทำงานอีกด้วย โดยมีรายละเอียด ดังนี้ เห็นหรือไม่ว่าศิลปะนั้นมีประโยชน์ในหลายแง่มุม ครอบคลุมตั้งแต่การเสริมสร้างพัฒนาการของสมอง การปรับอารมณ์ความรู้สึก ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แบบนี้เห็นทีต้องมีงานศิลปะสักชิ้นไว้ในครอบครอง
ทำไม Brush (หัวแปรง) ถึงมีความสำคัญ ใน Procreate
Brush (หัวแปรง) มีบทบาทสำคัญ ในการวาดภาพใน Procreate โดยเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้กำหนด รูปลักษณ์ พื้นผิว และอารมณ์ของลายเส้น ทำให้ศิลปินสามารถสร้างเอฟเฟกต์ และออกแบบรูปในสไตล์ต่าง ๆ ได้ ซึ่งส่งผลต่อการสร้างผลงาน และสร้างอารมณ์ให้แก่ภาพได้อย่างมาก เหตุผลที่หัวแปรงมีความสำคัญใน Procreate มาดูหัวแปรงใน Procreate กันดีกว่า นอกจากจะใช้ในการวาดรูปสร้างลายเส้น ลงสีแล้ว ยังจะให้เอฟเฟ็กต์ และสัมผัสในการวาดรูปที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง หนึ่งในวิธีการวาดรูป Procreate ให้ออกมาสวยงามดั่งใจ หรือสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่น่าตกตะลึง คือคุณจะต้องเรียนรู้วิธีการใช้งานหัวแปรงแต่ละแบบ เรียนรู้จากวิธีการใช้งานคำสั่งต่าง ๆ ของแอปพลิเคชั่นนี้เสียก่อน โดยสรุป หัวแปรงใน Procreate เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับศิลปินเนื่องจากสามารถปรับแต่งได้ เลียนแบบสื่อศิลปะแบบดั้งเดิม สร้างลายเส้นที่เหมือนจริง นำเสนอเอฟเฟกต์และพื้นผิวพิเศษ และสามารถปรับเปลี่ยนตามการใช้งานได้ โดยมีส่วนอย่างมากต่อการมอบประสบการณ์การวาดภาพโดยรวม
ทำความรู้จักกับผลงานศิลปะบนเรือนร่าง ในสไตล์ญี่ปุ่น
รอยสักแบบญี่ปุ่นหรือที่รู้จักกันในชื่อ “อิเรซูมิ” หรือ “โฮริโมโนะ” มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และถือเป็นรูปแบบศิลปะที่สำคัญในวัฒนธรรมญี่ปุ่น รอยสักเหล่านี้มักมีการออกแบบที่ซับซ้อน สีสันสดใส ตัดกันไป ซึ่งวันนี้เราได้นำองค์ประกอบทั่วไปและความหมายในศิลปะการสักแบบญี่ปุ่นมาฝากกันแล้ว ความหมายของรอยสักแบบญี่ปุ่น รอยสักของญี่ปุ่นไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ยังสื่อถึงความหมายอันลึกลับซ่อนอยู่อีกด้วย ซึ่งวันนี้เราก็ได้นำ ลวดลายลายสักที่มีความหมายที่น่าสนใจมาฝากกัน นอกเหนือไปจากการเลือกลายแล้ว การวางจัดวางองค์ประกอบตำแหน่งรอยสักบนร่างกายก็มีสิ่งมีความสำคัญไม่แพ้กัน การออกวางตำแหน่งรอยสักที่ดี จะทำให้รูปดูมีความสวยงามเข้ากับกล้ามเนื้อหรือรูปร่างของผู้สักมากขึ้น การออกแบบผลงานศิลปะรอยสักแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม จัดเป็นรูปแบบศิลปะที่มีความพิถีพิถัน และศิลปินที่มีทักษะมีความชำนาญในระดับสูง จะใช้เวลาหลายปีในการขัดเกลางานฝีมือ เพื่อสร้างการออกแบบรอยสักที่สวยงามและมีความหมาย
The Art of the Dot ศิลปะแห่งจุด หลอมรวมจุดให้เป็นภาพวาด
การใช้จุดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ เป็นรูปแบบการสร้างผลงานที่มีมาตั้งแต่โบราณ นำไปใช้ในการออกแบบลวดลายมันดาลาโบราณ ศิลปะในถ้ำ ไม่ว่าจะทาสีหรือแกะสลัก และต่อเนื่องไปสู่การสร้างศิลปะสมัยใหม่ เช่น แฟชั่น ดนตรี และเทคโนโลยี โดยศิลปะแบบจุดเป็นวิธีการแบบนีโออิมเพรสชั่นนิสต์ ใช้ในการสร้างภาพวาดโดยใช้จุดสีเล็ก ๆ ซึ่งสามารถแปลงเป็นรูปร่างได้ ทำความรู้จักกับ Dot Art Dot Art เป็นหนึ่งในเทคนิคในการสร้างผลงานศิลปะ ที่ชนพื้นเมืองในออสเตรเลียจะใช้จุดเหล่านี้ในการสร้างผลงานศิลปะ และการแสดงออกทางศิลปะในรูปแบบอื่น ๆ มาเป็นเวลานาน แต่จะพบได้มากจากรูปแบบสัญลักษณ์ที่แกะสลักบนสิ่งประดิษฐ์และการสร้างศิลปะบนหินโบราณ ซึ่งเป็นการสร้างผลงานของชาวอะบอริจินคือ รูปแบบการสร้างผลงาน Dot Art ได้รับการพัฒนาในพื้นที่ต่าง ๆ มีการออกแบบอย่างประณีตบนผืนผ้าใบ ไปจนถึงการแต่งแต้มด้วยนิ้วขนาดใหญ่หลากสีสัน โดยแต่ละการออกแบบได้พัฒนารูปแบบวัฒนธรรมของตนเอง โดยมีรูปร่างและสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ จุดถูกใช้เพื่อเติมเต็มการออกแบบเพื่อทำให้ภาพมีจุดดึงสายตามากขึ้น สีที่ใช้ในงาน Dot Art แบบดั้งเดิม จะเน้นสีเหลืองที่เป็นตัวแทนของดวงอาทิตย์ สีแดงทะเลทรายหรือทราย สีน้ำตาลสื่อถึงดิน และสีขาว ที่มาจากสีของก้อนเมฆ Dot Art เทคนิค Stippling เทคนิค Stippling เป็นศิลปะจากการใช้จุดเล็ก ๆ […]
Rajput Painting จิตรกรรม Rajput ของอินเดีย ผลงานศิลป์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากราชวงศ์โมกุล
ภาพวาดในสไตล์ Rajput มีต้นกำเนิดในรัฐราชสถานในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 และต้นศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นยุคที่ราชวงศ์โมกุลปกครองรัฐราชสถานเกือบทั้งหมดในเวลานั้น และด้วยเหตุนี้โรงเรียนจิตรกรรมใน Rajput ส่วนใหญ่ในอินเดีย จึงสะท้อนอิทธิพลของโมกุลที่แข็งแกร่ง ซึ่งนำเสนอมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ของรามายณะและมหาภารตะออกมาเป็นผลงานศิลปะ นำเสนอชีวิตของพระกฤษณะ, ภูมิประเทศ และมนุษย์ และภาพวาด Rajput ของอินเดียยังถูกวาดบนผนังพระราชวังอีกด้วย Rajput Painting จิตรกรรม Rajput แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของโมกุลที่แข็งแกร่ง แต่ในขณะเดียวกันองค์ประกอบบางจุดก็แสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของภูมิภาค ศตวรรษที่ 18 และต้นศตวรรษที่ 19 เห็นภาพเขียน Rajput แสดงให้เห็นเรื่องราวต่าง ๆ จากชีวิตของพระกฤษณะและให้ข้อคิดทางจิตวิญญาณ ภาพวาด Rajput เริ่มมีต้นกำเนิดในบันดีราวปลายศตวรรษที่ 16 และสะท้อนอิทธิพลของโมกุลอย่างมาก ภาพเขียนฝาผนังในสมัยเรา ราตัน ซิงห์ (ค.ศ. 1607-1631) เป็นตัวอย่างที่ดีของภาพวาดสไตล์บันดี นอกจากนี้ยังแบ่งแยกย่อยออกเป็นอีกหลายแขนง เช่น… รูปแบบจิตรกรรม Kishangarh เป็นการผสมผสานระหว่างการสร้างผลงานในสไตล์โมกุลให้เข้ากับการสร้างผลงานในภูมิภาคนั้น ๆ การนำเสนอรูปแบบที่พบบ่อยที่สุดประกอบด้วยการพรรณนาถึงความรักระหว่างกฤษณะและราธา โดยโรงเรียนสอนจิตรกรรม Rajput ที่อนุรักษ์นิยมมากที่สุดแห่งศตวรรษที่ 17 […]
Expressionism ศิลปะแห่งการแสดงออกทางความรู้สึก
ใครกำลังอยากศึกษาหรือทำความเข้าใจเกี่ยวกับงานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึก ต้องไม่พลาด Expressionism ศิลปะแห่งการแสดงออกทางความรู้สึก ซึ่งโดดเด่นและน่าประทับใจแต่จะมีความน่าสนใจหรือมีลักษณะยังไง เราจะพาไปทำความเข้าใจให้มากขึ้น ความโดดเด่นของศิลปะแบบ Expressionism แน่นอนว่าศิลปะประเภทนี้โดดเด่นเรื่องการแสดงอารมณ์ แต่อารมณ์ที่ว่าค่อนข้างรุนแรงและเกินความจริงโดยเน้นจากความพอใจของศิลปินเป็นหลัก ไม่ยึดถือกฎเกณฑ์หรือธรรมเนียมใด ๆ พูดง่าย ๆ คือ เปรียบเสมือนงานศิลปะที่ใช้สำหรับการระบายอารมณ์ ตัวอย่างงานศิลปะ เช่น The Scream, The Fate of The Animal ความเป็นมาของศิลปะ Expressionism เกิดขึ้นต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยมีจุดมุ่งหมายในการสร้างขึ้นเพื่อแสวงหาความหมายของความรู้สึกที่มีชีวิตชีวาหรือ Being Alive และประสบการณ์ทางอารมณ์ โดยมีพบเห็นได้ทั้งจิตรกรรม สถาปัตยกรรม วรรณกรรม การละคร ภาพยนตร์ และดนตรี ต่อมาราว ๆ คริสต์ศักราช 1907 ศิลปะประเภทนี้เริ่มเป็นที่รู้จักและสนใจใคร่รู้ในหมู่ศิลปินชาวฝรั่งเศส โดยยังคง Concept เดิม เพียงแต่แบ่งแนวคิดการแสดงออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ โดยแนวความคิดในการสร้างสรรค์งานศิลปะเหล่านี้กินเวลายาวนานกว่า 30 – 40 […]
